Community Archaeology

โบราณคดีชุมชน

โบราณคดีชุมชน

โบราณคดีชุมชน

อย่างที่ทราบกัน โบราณคดีเป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาอดีต ศึกษามนุษย์ในอดีต ศึกษาประวัติและความเป็นมาของวัฒนธรรมของกลุ่มคน ผ่านหลักฐานที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ ภาชนะดินเผา ซากพืช ซากสัตว์ อาคารสถานที่ สิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น โครงกระดูกมนุษย์ รวมทั้งหลักฐานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มนุษย์ดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ ในการดำรงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย การทำงาน ศิลปะ กีฬา การรักษาพยาบาล การฝังศพ และกิจกรรมอื่นๆในยุคสมัยต่างๆอาจเก่าแก่ย้อนหลังไปตั้งแต่เมื่อหลายแสนปีก่อนเรื่อยมา จนถึงไม่กี่สิบปีก่อนหน้านี้

การศึกษาโบราณคดีช่วยให้เข้าใจเหตุปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม ประสบการณ์ความสำเร็จ ความล้มเหลว ภูมิปัญญา ความรู้ วิถีการดำรงชีวิต ในแต่ละระบบนิเวศน์วัฒนธรรม ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาในปัจจุบันและอนาคต เป็นพื้นฐานในการกำหนดแนวทางการดำเนินชีวิต

เป็นบทเรียน ให้คัดสรรเอาแบบแผนที่ดีงามไปประยุกต์ใช้ เพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้อีก และอาจสร้างความเดือดร้อน ความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อวัฒนธรรม ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมนุษย์ด้วยกันเอง ยิ่งกว่าในอดีต ด้วยอัตราเร่งของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กับความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรม จริยธรรม คุณธรรมของมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี

โบราณคดีชุมชน …เป็นงานวิจัยที่ทดลองใช้มุมมองและวิธีการใหม่ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรวัฒนธรรม นำเอางานโบราณคดีมาใช้ร่วมกับงานพัฒนาชุมชน เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชน เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งต่อตนเอง ต่อท้องถิ่น ต่อทรัพยากรทางโบราณคดีและวัฒนธรรมของชุมชน ด้วยความหวังว่าหากแต่ละชุมชนสามารถดูแลรักษาทรัพยาการทางโบราณคดีในท้องถิ่นของตนเองได้ แหล่งโบราณคดีทั่วประเทศจะได้รับการดูแลไปด้วยพร้อมๆกัน ที่มุ่งหวังอีกอย่าง คือ การพัฒนาชุมชน พัฒนาคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางจิตใจและการเรียนรู้ของผู้คนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว

การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมทางโบราณคดี และ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในพื้นที่ตำบลสวก และตำบลนาซาว อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ทดลองใช้แนวการจัดการและพัฒนาตามแผนงานที่เรียกว่า โบราณคดีชุมชน เน้นการมีส่วนร่วม และ การพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ในการจัดการแหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวก ที่ในอดีต เคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยชาม สมัยโบราณ อายุเก่าแก่ประมาณ ๔๐๐-๗๕๐ ปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว ๔,๐๐๐-๘,๐๐๐ ปี บนดอยภูซาง รวมทั้งทรัพยากรวัฒนธรรมอื่นๆที่ชุมชนมีในลักษณะของ ” มรดกที่มีชีวิต” : Living Heritage

ผลการวิจัยพบว่าชาวบ้านและคนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ มีความตระหนักในคุณค่า ความสำคัญของทรัพยากรโบราณคดี และ ทรัพยากรวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนมากขึ้น มีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน มีความรู้และสนใจเรื่องของแหล่งโบราณคดี และ ทรัพยากรวัฒนธรรมอื่นๆมากขึ้น เกิดความภูมิใจ มั่นใจในตนเองมากขึ้น เกิดทักษะในการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรดังกล่าวเพื่อการพัฒนาชุมชน ในลักษณะที่เน้นการพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชนอื่นได้

ขอขอบคุณ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัยติดต่อกันเป็นเวลา ๕ ปี ขอขอบคุณพระสงฆ์และชาวบ้าน ในชุมชนบ้านสวกพัฒนา บ้านบ่อสวก บ้านนาซาว บ้านก้อด บ้านดอนคีรี บ้านสะไมย์ บ้านป่าคา เพื่อนนักพัฒนา ทั้งในภาครัฐและประชาชน นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ที่สมัครไปฝึกงาน และบุคคลที่อาจมิได้ระบุนามไว้ได้ครบทั้งหมดตรงนี้ ที่มีส่วนช่วยให้งานโบราณคดีชุมชนประสบผลเป็นรูปธรรม

ขอขอบคุณ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้มีอำนาจตามพ.ร.บ.โบราณสถานฯพ.ศ. ๒๕๐๔ ที่เปิดโอกาสให้ผมและชาวบ้านได้ใช้แหล่งโบราณคดีสำคัญๆอย่าง ดอยภูซาง และ แหล่งเตาเมืองน่าน บ้านบ่อสวก เป็นพื้นที่ทำวิจัยตลอดระยะเวลา ๕ ปี และผมหวังว่าผลการวิจัย จะมีส่วนช่วยให้การทำงานด้านการจัดการทรัพยากรโบราณคดีของภาครัฐและประชาชน ได้เชื่อมสัมพันธ์ และ ยังประโยชน์แก่กันได้มากยิ่งๆขึ้นไปในกาลข้างหน้า

ขอบคุณครับ

สายันต์ ไพรชาญจิตร์
โครงการโบราณคดีชุมชน





Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial 3.0 Unported License.

Contact Me

Contact Me

ชื่อของคุณ (ต้องการ)

อีเมล์ของคุณ (ต้องการ)

หัวข้อ

ข้อความของคุณ

โบราณคดีเพื่อชุมชน

โบราณคดีเพื่อชุมชน

ในปีพ.ศ.๒๕๔๒ ผมได้ขอทุนจากสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทดลองทำวิจัยเรื่อง กระบวนการโบราณคดีชุมชน : Community Archaeology Processประยุกต์ใช้งานโบราณคดีในงาน พัฒนาชุมชน : Community Development เปิดให้ชุมชน และ ผู้สนใจมีส่วนร่วมในการขุดค้นทางโบราณคดี หวังว่าจะสามารถสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรวัฒนธรรม ในกลุ่มคนทั่วไปกับพัฒนาแหล่งโบราณคดีของชุมชนไปด้วยพร้อมกัน…..

….เน้นการพึ่งพาตนเอง ตามแนวทางและการพัฒนาชุมชนที่ต้องการ ให้คนในชุมชนสามารถดูแลแหล่งทรัพยากรวัฒนธรรมของท้องถิ่น ให้เกิดประโยชน์สุขแก่ตน และ ชุมชนอย่างยั่งยืนได้ต่อไปด้วยตัวเอง

โดยเลือกพื้นที่ทำวิจัยที่ตำบลสวก และ ตำบลนาซาว จังหวัดน่าน ที่มีแหล่งโบราณคดีรู้จักกันดีว่าเป็น แหล่งเตาเมืองน่านในบริเวณบ้านของ จ.ส.ต.มนัส และ คุณสุนัน ติคำ ที่พบร่องรอยของเตาเผาโบราณ….

แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์

แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์

จังหวัดน่านมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน มีภูมิประเทศสวยงาม มีทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะทรัพยากรด้านโบราณคดีประวัติศาสตร์ อยู่มาก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธ์ มีกลุ่มประชาคมน่านที่เข้มแข็ง

แต่ด้วยประชากรที่เพิ่มมากขึ้น มีการขยายพื้นที่ก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายว่าทรัพยากรทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ ที่ไม่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าจัดการจะได้รับผลกระทบและเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากทรัพยากรโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ ที่นำมาจัดแสดงใน พิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น : CommunityMuseum ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น จังหวัดน่าน ยังมีแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ มีแหล่งผลิตเครื่องมือหินเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ ที่น่าสนใจและมีคุณสมบัติทางโบราณคดีกล่าวได้ว่าเป็น ย่านอุตสาหกรรมโบราณสองยุค : 2 period industrial district คือ บริเวณพื้นที่แอ่งกะทะ (basin) ลุ่มน้ำสุมน น้ำซาว และน้ำสวก ทางฟากตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในท้องที่อำเภอเมืองน่านอยู่บนเขาที่เรียกว่า ดอยภูซาง

ซึ่งได้เคยมีการสำรวจพบหลักฐานการผลิตเครื่องมือหิน สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุในห้วงเวลาประมาณ ๔,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ ปีมาแล้วเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากกว่า ๑๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณไม่นอ้ยกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ ตั้งแต่บริเวณดอยภูซาง ท้องที่ตำบลนาซาว ดอยปู่แก้ว เขาชมพู ท้องที่ตำบลนาซาวติดต่อกับตำบลดู่ใต้ และเขาหินแก้ว ท้องที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน

10 ปีโบราณคดีชุมชน

10 ปีโบราณคดีชุมชน

ศูนย์ศึกษาพัฒนาโบราณคดีชุมชน

๓๗๓/๖๑ ซอยวัฒนา ถนนพรานนก

แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. ๑๐๗๐๐

พิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม  ๒๕๕๓



ที่ระลึกในโอกาสทำบุญครบรอบ “ทศวรรษแรก” ของงานโบราณคดีชุมชน พุทธศักราช ๒๕๔๒-๒๕๕๓

ศาสตราจารย์สายันต์  ไพรชาญจิตร์

ขอขอบพระคุณ

พระอธิการบุญศรี  สุขวัฒโน   พระครูวิริยะโสภิต (ส่วน สุมังคโล)

ครอบครัวดาบตำรวจมนัส-คุณสุนัน  ติคำ แม่อุ๊ยชื่น ธิเสนา

พี่น้องบ้านสวกพัฒนา บ้านบ่อสวก บ้านนาซาว บ้านก้อด บ้านดอนคีรี บ้านสะไมย์  บ้านป่าคา บ้านถืมตอง บ้านนวราษฎร์  บ้านบัว(พะเยา) บ้านทุ่งม่าน(เวียงกาหลง) ชุมชนวัดพระปรางค์เชิงกลัด(สิงห์บุรี)  บ้านโป่ง (ป่าแดด-แม่สรวย-เชียงราย)

นายแพทย์บุญยงค์  วงศ์รักมิตร  นายแพทย์คณิต  ตันติศิริวิทย์

มูลนิธิพระครูพุทธมนต์โชติคุณ

ศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน  โรงพยาบาลน่าน

ภาควิชาการพัฒนาชุมชน  คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

สถาบันไทยคดีศึกษา  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Ford Motor Company Conservation & Environmental Grants

กรมศิลปากร  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรม

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

คณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร  สถาบันวิจัยและพัฒนา (มศก.)

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)  บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นักศึกษาคณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร

คำปรารภ

ฅนในแวดวงโบราณคดี  มักตำหนิว่าข้าพเจ้าเป็นฅนไม่ค่อยอดทน ทำอะไรไม่นาน อยู่ที่ไหนไม่นาน ก็จริงของเขาในบางเรื่อง บางสถานที่ บางสถานการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ทุกเรื่อง  ทุกสถานที่  ทุกสถานการณ์

เพราะมีเรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้าทำแล้วยังไม่เคยทิ้ง ไม่เคยหนี นั่นคืองาน “โบราณคดีชุมชน” ที่ยังทำติดต่อกันมาได้ถึงสิบปีแล้ว ทั้งๆที่เป็นงานวิจัยและพัฒนาชุมชนเชิงอาสา ไม่มีอำนาจทางการบริหาร ไม่มีเงินค่าตอบแทน ไม่มีกำไรที่เป็นเงิน ไม่มีลูกน้อง ไม่มีเจ้านายสั่งการให้รำคาญใจ มีแต่ผู้ร่วมงานที่ไปหาเอาข้างหน้า แม้จะยาก แม้จะลำบาก ก็ยังอยากทำ ไม่เคยเบื่อ

ข้าพเจ้าขอเรียนว่าที่ทำ “โบราณคดีชุมชน” มาได้นานอย่างนี้ก็เพราะว่า “ทำแล้วมีความสุข” และรู้สึกว่า “มีความสุขที่ได้ทำอีก” แม้ว่าวันนี้ความสำเร็จยังมีไม่มาก แต่ก็พอมีให้เห็น พอมีให้สัมผัสบ้าง โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน

ข้าพเจ้ามีความสุขที่ยิ่งทำแล้วมีฅนเข้ามาร่วมทำด้วยเพิ่มขึ้น มีฅนสนใจ มีฅนให้การสนับสนุน มีฅนทำงานในแนวทางเช่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าที่มาทำกันมากขึ้นก็คงเพราะทำแล้วมีความสุข ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครทำ ขอขอบพระคุณผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

ข้าพเจ้าคิดจะทำอะไรๆอีกมากมาย ฝันไว้มาก แต่วันนี้ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าคงทำไม่ได้หมด เพราะตั้งแต่ตัดสินใจทำ “โบราณคดีชุมชน” และมีความสุขเช่นนี้แล้ว คงไม่ไปทำอย่างอื่นอีก รู้ดีว่าแค่จะทำ“โบราณคดีชุมชน” ให้ได้ดีเพียงอย่างเดียว เวลาที่เหลืออยู่ในช่วงชีวิตนี้ก็ไม่พอเสียแล้ว

หนังสือที่ระลึกเล่มนี้เป็นการประมวลเหตุการณ์ แนวคิด และปรากฏการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้นในการทำงานโบราณคดีชุมชนในรอบสิบปีที่ผ่านมา ที่จริงมีเรื่องราวมากมายที่ควรพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือเล่มนี้ แต่เห็นว่าหนังสือจะหนามากไป ฅนส่วนมากไม่กล้าอ่าน จึงคัดเอาบทความที่สามารถปรับปรุงให้ทันสมัยได้ทันงานทำบุญมาพิมพ์รวมเล่มไว้กันสูญ มี ๕ เรื่อง ประกอบด้วย

(๑) พระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่มีต่องานโบราณคดีชุมชนที่จังหวัดน่าน

(๒) พระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่มีต่องานโบราณคดีชุมชนที่จังหวัดน่าน

(๓) สิบปีแรกของโบราณคดีชุมชนปฏิบัติการโน้มรัฐให้ยอมรับสิทธิของชุมชนในการจัดการอดีต

(๔) อริยสัจจ์วัฒนธรรม และ

(๕) โบราณคดีวิถีใหม่

ซึ่งมีทั้งเรื่องเก่าที่ปรับปรุงใหม่ และเรื่องที่เพิ่งเขียนขึ้นใหม่ไม่นาน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจใคร่รู้และลองทำ ส่วนบทความอื่นๆที่ยังปรับปรุงไม่เสร็จจะจัดพิมพ์ในโอกาสต่อไป

ข้าพเจ้าขออุทิศคุณงามความดีและความสำเร็จทั้งหมดของ “โบราณคดีชุมชน” และกุศลทานที่เกิดจากการทำบุญครั้งนี้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้สร้าง “แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ข้าพเจ้าอัญเชิญมาเป็นแนวคิดนำในการทำงานโบราณคดีชุมชนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้  ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

สายันต์  ไพรชาญจิตร์

๒๐  ธันวาคม  ๒๕๕๓

พระมหากรุณาธิคุณ

พระมหากรุณาธิคุณ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต่องานโบราณคดีชุมชนที่เมืองน่าน

การเสด็จฯทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์หลุมขุดค้นทางโบราณคดีและกิจกรรมโบราณคดีชุมชน ณ แหล่งเตาเมืองน่านบ้านเตาไหแช่เลียง หรือแหล่งเตาบ้านบ่อสวก  ในบริเวณสวนลำไยและบ้านดาบตำรวจมนัส และคุณสุนัน ติคำ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อตอนบ่ายของวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒ เป็นเครื่องยืนยันถึงความใส่พระทัยในกิจการด้านโบราณคดีและการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

เครื่องถ้วยในสยาม – แหล่งเตาล้านนา สุพรรณบุรี

เครื่องถ้วยในสยาม – แหล่งเตาล้านนา สุพรรณบุรี

ศาสตราจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์

เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องถ้วยชามเป็นทั้งภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเครื่องยืนยันความสามารถของมนุษย์ในการจัดการระบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติกายภาพที่มนุษย์อาศัยอยู่ร่วมและระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติให้อยู่ในสภาวะที่เื้อื้อเฟื้อเกื้อกูล มีเมตตาไมตรี ทำนุบำรุงกันและกันให้เจริญอยู่เสมอ

เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องถ้วยชามในสยาม มีลายลักษณ์ตกแต่งประดับประดาที่แสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นอย่างชัดเจน ลายลักษณ์บนเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องถ้วยชามที่ผลิตจากแหล่งเตาในภูมิภาคล้านนา แหล่งเตาในเขตวัฒนธรรมสุโขทัย และแหล่งเตาในภาคกลางของสยามในห้วงพุทธศตวรรษที่ 18-23 มีลักษณะที่สื่อถึงคติธรรมความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติร่วมกัน คือลายลักษณ์ของแผนภูมิจักรวาล

ทั้งภูมิจักรวาลและสุริยจักร และภูมิจักรวาลระบบเขาพระสุเมรุ

ความรู้ใหม่ของลายลักษณ์ภูมิจักรวาลบนเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องถ้วยชามสมัยประวัติศาสตร์ในสยาม ที่นำเสนอในหยังสือเล่มนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีนักวิชาการท่านใดคิดถึง เขียนถึงมาก่อน หากท่านอ่านและค่อยๆคิดให้สอดคล้องกับวิธีคิดและคติธรรมความเชื่อที่เคยมีอยู่ในห้วงเวลาดังกล่าว จะเห็นได้ว่าแนวการอธิบายเช่นนี้มีความเป็นไปได้…หรือหากยังไม่เห็นด้วย ก้ขอความกรุณาช่วยกันคิดหาเหตผลมาช่วยกันอธิบายว่า ศิลปินดินปั้นในสมัยโบราณเขาคิดอะไร คิดอย่างไร ทำไมถึงสร้างลายลักษณ์อันวิจิตรไว้มากมายหลากหลาย เป็นเพียงงานศิลปะเพื่อมนุษย์ด้วยกันเองหรือเป็นวิเศษศิลป์ มงคลศิลป์ หรือจักรวาลศิลป์ ที่มนุษย์สร้างสรรเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกับสิ่งเหนือธรรมชาติระดับต่างๆ ในสุริยะจักรวลา

Community Archaeology | โบราณคดีชุมชน

Community Archaeology | โบราณคดีชุมชน

Participatory action research and development program towards an enhancement of community ability on cultural resource management in Nan province has been implemented in ‘Sauk’ and ‘Na Sao’ sub-district of Muang Nan district where ancient ceramic kiln sites and prehistoric stone-tool manufacturing sites are located.

The research steering concept and methodology is entitled as Community Archaeology Process which integrates philosophy,principles and development methods of His Majesty King Bhumibol’s Sufficiency Economy Theory, Community-Cultural Development Approach and Community Development Theory.

Main research activities is the participation building of villagers and local people in researching,preserving and developing archaeological sites/ resources,community cultural resources and their community in the pattern of “Living Heritage”.

Participants in the study area realized the values of existing archaeological and cultural resources,have sense of belongings, have confident management ability based on multi-level of self-reliance principle. This research,in the long term, will strengthen communality,provide higher self-esteem to villagers and local people.

Sayan Praicharnjit
Thailand Community Archaeology Project (TCAP)

About Me

About Me

ศาสตราจารย์สายันต์  ไพรชาญจิตร์

Professor  SAYAN  PRAICHARNJIT


ตำแหน่งทางวิชาการ  :  ศาสตราจารย์  ระดับ ๑๐ (สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน)


การศึกษา

  • โรงเรียนวัดเสาธง (ป.๔)
  • โรงเรียนวัดม่วงหวาน (ป.๗)
  • โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย (ม.ศ.๕)
  • ศศ.บ. โบราณคดี (เกียรตินิยมอันดับ ๑)  มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • M. Sc. Environmental Remote Sensing & GIS for Development., Asian Institute of Technology (AIT)

ประสบการณ์

เคยรับราชการเป็นนักโบราณคดีในกรมศิลปากร ๑๘ ปี (๒๕๒๔-๒๕๔๒)

เคยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๘ ปี (๒๕๔๒-๒๕๔๙ )

เคยเป็นคณบดีคณะโบราณคดี (๒๕๕๑-๒๕๕๓)

งานบริการสังคม ศูนย์ศึกษาพัฒนาโบราณคดีชุมชน (ARCHAEOPEN CENTRE) และ www.archaeopen.com

รางวัลผลงานทางวิชาการและการบริการสังคม

  • รางวัลผลงานวิจัยดีเด่น  สาขาสังคมศาสตร์  รางวัลวิจัยมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์  ปี พ.ศ. ๒๕๔๙  จากผลงานวิจัยเรื่อง “กระบวนการโบราณคดีชุมชน : การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมในจังหวัดน่าน” (เงินรางวัล ๑๐๐,๐๐๐ บาท)
  • รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ปี พ.ศ.๒๕๔๙  สาขาสังคมวิทยา (รางวัลชมเชย)  จากผลงานวิจัยเรื่อง “กระบวนการโบราณคดีชุมชน : การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมในจังหวัดน่าน” (เงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท)
  • รางวัล  Ford Motor Company Conservation & Environment Grants  ประจำปี ๒๕๔๓ (๔๕๐,๐๐๐ บาท) และ ประจำปี ๒๕๔๖ (๑๐๐,๐๐๐ บาท) จากผลงานโครงการโบราณคดีชุมชน

E-mail : sayan_tcap@yahoo.com และ/หรือ sayanarchaeopen@yahoo.com