ผลิตภัณฑ์ของเตาโบราณเมืองน่าน

by author page

nan

จากการขุดค้นเตาจ่ามนัส และ เตาสุนัน พบเศษ ผลิตภัณฑ์ บางชิ้นมีลวดลายที่ไม่เคยพบในแหล่งเตาเผาโบราณอื่นๆในประเทศไทย

กล่องดิน / จ๊อ

พบว่ามีการใช้อุปกรณ์พิเศษ ในการเผาร่วมกับเตาเผาแบบล้านนา คือ การใช้กล่องดิน หรือ จ๊อ ( saggar / protective box ) บรรจุภาชนะเพื่อเรียงในเตา เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่โดดเด่น ของแหล่งเตาเมืองน่าน เพราะเป็นวิทยาการการเผาเครื่องถ้วยชาม ที่ก้าวหน้ามากในสมัยนั้น ไม่เคยพบว่ามีการมีใช้กล่องดินลักษณะนี้ในแหล่งเตาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นศรีสัชนาลัย สุโขทัย แหล่งเตาอินทขิล แหล่งเตาพาน ลำปาง หรือ พะเยา ส่วนในการสำรวจศึกษากลุ่มเตาเวียงกาหลงพบชิ้นส่วน ที่คล้ายกล่องดินไม่กี่ชิ้น

กล่องดินในแหล่งเตาน่านนี้ เป็นรูปทรงกระบอก ก้นแบนเรียบ คล้ายปิ่นโต หรือ กระถางเตี้ยๆ ช่วงล่างของผนังตัวกล่องดินเจาะรูกลม ๒-๓ รู เป็นระยะโดยรอบ เนื้อดินทำจากดินผสมวัสดุทนไฟ ประเภทหินบด โครงสร้างเนื้อดินหยาบ เผาด้วยความร้อนสูง ลักษณะหนาและหนัก โดยเฉพาะที่ก้น ปั้นหนามากกว่าส่วนอื่น ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน

ผิวด้านนอกเคลือบสีน้ำตาล เป็นเคลือบขี้เถ้าปลิวตามธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ บางชิ้นไม่ปรากฎว่าเคลือบ มีหลายขนาด ขนาดเล็กมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๖.๐ ซม. สูง ๗.๘๓ ซม.ความหนาส่วนตัวกล่อง ๑.๕ ซม. ที่ผนังด้านข้างมีรูมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๑๘ ซม. ส่วนจ๊อขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางก้น ๒๐ ซม. สูง ๑๐.๐ ซม. ตัวหนา ๑.๓๑ ซม. รูที่ผนังด้านข้างมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๗ ซม. กล่องดินบางใบมีการตกแต่งผิวด้านนอก โดยขูดเป็นเส้นขนานรอบตัวหลายๆเส้น

บางใบก็ทำแบบเรียบๆ บางใบทำเป็นทรงกระบอกตรงๆ บางใบปั้นแต่งทรวดทรง ตรงเหนือฐานคอดเว้าเข้าเล็กน้อย แต่ก็จัดอยู่ในรูปทรงกระบอก ที่ขอบปากโค้งเข้า (cylinder saggar) กล่องดินหรือจ๊อที่พบมีทั้งที่บรรจุถ้วย/จาน/ชามใบเดียว และกล่องดินที่บรรจุถ้วย/จาน/ชาม หลายใบ

ในการสำรวจบริเวณเฟื้องหม้อ พบเศษกล่องดินที่มีจารึก อักษรธรรมล้านนา บนผนังด้านนอกจำนวน ๓ ชิ้น มีสองชิ้นที่อ่านวิเคราะห์อักษรแล้ว คือ ใบแรกมีตัวอักษร ” ว” หรือ เลข ๖

อีกใบหนึ่งอาจเป็น “จ” หรือ เลข ๙ (เลขโหรา) หรือ เอ (ลอย) ทีใช้ในภาษาบาลี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญชี้ให้เห็นว่าช่างปั้นหม้อในแหล่งเตาเมืองน่าน เป็นผู้มีความรู้ภาษาไทยล้านนา เป็นอย่างดีพ่ออุ้ยสม ธิเสนาอายุ ๙๖ ปี อดีตกำนันตำบลสวก สันนิษฐานว่าตัวอักษรที่จารึกไว้ เป็นตัวเลขในอักษรธรรม และ อาจารย์เทิม มีเต็ม ผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยโบราณ กรมศิลปากร อ่านและแปลความว่า เป็นอักษรไทยล้านนา และอักษรธรรมล้านนา อาจเป็นได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษร

นอกจากกล่องดินแล้ว ยังพบ ฝาปิดกล่องดิน หรือ กี๋ แผ่นกลม (lid for saggar or disc-support) ลักษณะเป็นแผ่นดินเผารูปกลม แบน ทำจากวัสดุชนิดเดียวกับกล่องดิน เผาไฟแรงสูง แกร่งมาก (จากการใช้รองภาชนะและถูกเผาในเตาหลายๆครั้ง) ขึ้นรูปบนแป้นหมุน

ผิวด้านหนึ่งมักมีเคลือบสีน้ำตาลอมเขียวหรือน้ำเงิน ซึ่งเกิดจากเคลือบขี้เถ้าปลิวตามธรรมชาติ (fly-ash glaze)และมีรอยขูดขีดเป็นวงกลม หรือ กากบาท อีกด้านหนึ่งเรียบ บางชิ้นเคลือบทั้งสองด้าน สวนใหญ่เป็นแผ่นกลมทึบ มีบ้างที่ลักษณะรูปแบบพิเศษคือ เป็นแผ่นกลม เจาะรูตรงกลาง และอีกชิ้นตัดเป็นแฉกๆ คล้ายดาว ตรงกลางตัดเจาะเป็นรูกลม พบในการสำรวจเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๗ และพ.ศ. ๒๕๔๕

บนผิวด้านที่เคลือบและมีรอยขูดขีด มักปรากฎรอบก้นภาชนะ บางชิ้น มีชื้นส่วนก้นหรือขอบปากภาชนะที่หลอมบิดเบี้ยวแตก ติดอยู่ด้วย ในการสำรวจพบว่า ฝาปิดกล่องดินหลายขนาดส่วนใหญ่ชำรุดแตกหัก ขนาดเล็กที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๖.๐๐ ซม. ขนาดใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๔.๐๐ ซม และบางชิ้นหนาถึง ๒.๐๐ ซม. ที่บางที่สุดเพียง ๐.๖๑ ซม. เท่านั้น

ประเด็นที่น่าสนใจคือในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒ มีการผลิตเครื่องถ้วยชามเพื่อการค้ากันทั่วไป ช่างปั้นหม้อจีนใช้วิทยาการกล่องดินบรรจุเครื่องถ้วยชาม และใช้เตาเผาแบบเตามังกร ซึ่งเป็นเตาขนาดใหญ่เผาเครื่องถ้วยชามได้คราวละหลายพันใบ หรือแม้แต่ในศูนย์การผลิตเครื่องถ้วยชามสังกโลกที่ศรีสัชนาลัยก็พัฒนาไปใช้เตาก่ออิฐบนดิน แต่ไม่ใช้กล่องดิน ในขณะที่ช่างปั้นหม้อที่แหล่งเตาเมืองน่าน ยังคงใช้เตาแบบเดิม คือ เตาดินก่อแบบล้านนา แต่กลับสามารถประยุกต์ใช้กล่องดินที่เป็นวิทยาการที่ใช้กันแพร่หลายอยู่ภายนอกได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบเตาเผา

นับว่าเป็นความชาญฉลาดของช่างชาวน่าน ที่สามารถเรียนรู้ปรับใช้วิทยาการก้าวหน้าที่รับมาจากภายนอกมาใช้กับวิทยาการที่ตนมีทักษะเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เป็นทุนเดิมได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถดำเนินกิจการผลิตเครื่องถ้วยชามในระดับอุตสาหกรรมเพื่อการค้า ได้ทัดเทียมกับศูนย์การผลิตเครื่องถ้วยชามแหล่งอื่นๆในล้านนา และในภาคเหนือของประเทศไทย

ประเภทชาม / จาน

เครื่องถ้วยเคลือบเนื้อแกร่ง (glazed stoneware) เป็นผลผลิตสำคัญ และ เป็นลักษณะเฉพาะของแหล่งเตาเมืองน่าน และที่พบในพื้นที่ศึกษา ได้แก่ ภาชนะประเภทจาน พาน ไห ขวด ครก กระปุกขนาดเล็ก ตุ๊กตารูปสัตว์ จ๊อ แท่นปักไต้ สากดินเผา ตุ้มถ่วงน้ำหนัก พระพิมพ์ดินเผา

มีสองลักษณะ คือ ชามแบบก้นลึกฐานเตี้ย ปากกว้าง ขอบปากตรงหรือผายออกเล็กน้อย เส้นผ่าศูนย์กลางปากมีตั้งแต่ ๑๕-๒๑ ซม. สูงตั้งแต่ ๕-๗ ซม.และชามประเภทก้นกว้างฐานเตี้ย ขอบปากหักแบะออก ปลายขอบปากม้วนเข้า ลักษณะคล้ายจานทรงสูง เส้นผ่าศูนย์กลางปากมีตั้งแต่ ๑๕-๒๐ ซม. เนื้อดินมีทั้งที่เผาไม่สุก หรือ ได้รับความร้อนต่ำเกินไป ( under-fired pieces )

เนื้อดินไม่แกร่งมากนัก ส่วนใหญ่สีเทา อมน้ำตาล ส่วนขอบเป็นสีเหลืองอมแดง ไส้ตรงกลางเป็นสีเทาคล้ำ มีทั้งชนิดเนื้ออ่อน (earthenware) เนื้อแกร่ง (stoneware) ลักษณะเนื้อดินค่อนข้างหยาบ มีรูพรุนมาก ความสามารถในการดูดซึมน้ำปานกลางถึงน้อย มีส่วนผสมของหินบดสีขาวและสีดำปนอยู่ประมาณร้อยละ ๑๕-๕๐

ในกลุ่มภาชนะขนาดเล็กและปั้นไม่หนานัก มีเนื้อดินสีเทาขาวแกร่งมาก (stoneware to high-fired stoneware) การเคลือบและตกแต่งมี ๓ ลักษณะ คือ

(๑) ชนิดเคลือบสีเดียว ( monochrome-glaze ware) ลักษณะเคลือบสีเดียวกันทั้งด้านนอกและด้านในชามหรือจาน หรือเคลือบเฉพาะด้านในด้านเดียวเป็นสีในกลุ่มสีเทาอ่อน หรือ เคลือบใสไม่มีสีจนถึงสีเขียวมะกอกอ่อนถึงเข้ม อาจจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องถ้วยเซลาดอนหรือภาชนะเคลือบสีเขียว ( celadon ware / green ware )

ส่วนใหญ่ไม่มีลวดลายตกแต่ง แต่ก็พบบางชิ้นสีลายตกแต่งเป็นลายกดประทับ และลายขูดขีดลูกคลื่นก่อนเคลือบ และพบชามเคลือบสีเขียวอ่อนมีลวดลายปลาคู่ประทับตรงกลาง ภายในชามด้วย

(๒) ขนิดเคลือบสองสี ( bichrome -glazed ware) ชาม/จานเคลือบทั้งด้านในและด้านนอกต่างสีกัน เคลือบด้านนอกมักมีสีเข้ม ด้านและทึบ มีรอยขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ หรือเคลือบใสบางจนเห็นเนื้อดินชัดเจน ส่วนเคลือบด้านในใสเรียบเป็นมัน

(๓) ชนิดเขียนลายใต้เคลือบ (underglazed-painted ware) ชามก้นแคบทรงสูง ขอบปากตรงหรือผายออกเล็กน้อย มีลายเขียนสีดำ แบบลายพฤกษ์บุปผา ทั้งด้านในและด้านนอกชาม คล้ายผลผลิตทั้งของแหล่งเตาที่สุโขทัยและแหล่งเตาเผา ในกลุ่มเตาเวียงกาหลง

ชามและจานเคลือบของแหล่งเตาเมืองน่าน บ้านบ่อสวก มีลักษณะเฉพาะของตนเอง ที่ขอบปากจะมีรอยปาดน้ำเคลือบออก เพื่อความสะดวกในการตั้งเรียงชาม / จาน ในลักษณะปากประกบปาก ภาชนะประเภทชามและจานบางใบ เช็ดน้ำเคลือบที่ตรงกลางชาม / จาน ด้านในเป็นรูปวงแหวน ( unglazed stacking ring)

ที่ก้นด้านนอกไม่เคลือบ ลักษณะเคลือบด้านในเรียบเสมอกัน มีความมันวาว แต่เคลือบด้านนอกไม่ใส ค่อนข้างขรุขระ มีสิ่งสกปรก เช่น เศษดิน เม็ดทรายและเถ้าถ่านติดอยู่ตามผิว และเห็นเนื้อดินชัดเจนจนดูคล้ายไม่ได้เคลือบ ชนิดของเคลือบด้านในส่วนใหญ่เป็นเคลือบขี้เถ้าพืช

ครก / ไห

ภาชนะประเภทครกของแหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวก มีรูปทรงคล้ายครกที่ผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และคล้ายคลึงกับภาชนะที่ใช้เป็นฝาผิดปากไหปลาร้า หรือไหที่มีปากสองชั้น ในชั้นนี้สันนิษฐานว่า แหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวก ผลิตภาชนะประเภทครกเพื่อใช้สอยในสองลักษณะ คือ

ใช้เป็นครกในการบดย่อยอาหาร หรือเครื่องสมุนไพร และใช้เป็นฝาปิดปากไหน้ำผึ้ง หรือไหปลาร้า ส่วนมากเป็นครกก้นแคบ ไม่มีฐาน ลำตัวกว้างผายออกถึงส่วนขอบปาก ก้นค่อนข้างหนา มีหลายขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางปากตั้งแต่ ๑๑.๔๐ – ๑๕.๐๐ ซม. สูงตั้งแต่ ๕.๘๐ – ๘.๐๐ ซม

ครกที่พบในการสำรวจมีทั้งที่เคลือบผิวและไม่เคลือบ แบบที่เคลือบมีเนื้อดินค่อนข้างแกร่ง อนุภาคดินหยาบ มีส่วนผสมของหินบดสีขาว ประมาณ ๒๕ – ๓๐ % ความสามารถในการดูดซึมน้ำปานกลาง สีเนื้อดินเป็นสีเหลืองแดง สีเทา และสีเทาเข้ม ส่วนที่ไม่เคลือบ เนื้อดินไม่แกร่ง เป็นภาชนะกลุ่มที่ถูกเผาไฟด้วยอุณหภูมิไฟต่ำและเป็นของเสีย (waste)จากเตา สีน้ำตาลอ่อนซีดมาก สีเทาอ่อน และสีเหลืองอมแดง

ภาชนะประเภทครกที่ผลิตในแหล่งเตาเมืองน่าน มักเคลือบเฉพาะผิวด้านนอก ตั้งแต่เชิงก้นจรดปากขอบด้านใน ภายในไม่เคลือบ และเคลือบส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง สีน้ำเงินอมเขียวมะกอกเข้ม ผิวเคลือบทึบ

ภาชนะประเภทไหที่พบ ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนแตกหัก มักพบเพียงชิ้นส่วนปาก ไหล่ ตัวและก้น ที่มีสภาพสมบูรณ์เต็มใบ หรือเกือบเต็มใบมีน้อย

ลักษณะที่พบมีสองแบบ คือ ไหแบบที่มีขอบปากชั้นเดียว (jar with single mouth rim ) กับ ไหที่มีขอบปากสองชั้น ( jar with double mouth rim / blara jar )

แหล่งเตาเมืองน่าน ผลิตไหประเภทไหปลาร้า หรือ ไหน้ำผึ้ง หรือ ไหกับ เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เนื้อแกร่ง ไม่เคลือบผิว หรือเคลือบขี้เถ้าปลิวดังที่กล่าวแล้ว

ไหชนิดนี้ มักใช้ควบคู่กับฝาที่มีรูปร่างเป็นชามทรงสูง หรือ ครก และในแหล่งเตาเมืองน่านก็มีการผลิตครกขนาดต่างๆ จำนวนมากด้วย สันนิษฐานว่าอาจใช้เป็นฝาครอบปากไหปลาร้า นอกเหนือไปจากการใช้บดหรือตำเพียงอย่างเดียว

ชนิดที่เคลือบไม่ค่อยมีลวดลายตกแต่ง และเคลือบด้วยสีน้ำตาลแกมเขียว และสีน้ำตาลแกมดำ

ส่วนกลุ่มที่ไม่เคลือบมักตกแต่งที่ไหล่ ละช่วงถัดลงมาจากไหล่ ด้วยแถบลายขูดขีดเป็นลอนคลื่นหลายๆแถบ ต่อเนื่องกันโดยรอบ บางใบมีหูเล็กๆปั้นลายแปะไว้ มีทั้ง ๒ – ๕ หู

ไหขอบปากสองชั้นแบบนี้ ผลิตโดยทั่วไปตามแหล่งเตา ในภาคเหนือของประเทศไทย และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแหล่งเตาลุ่มน้ำสงคราม ในประเทศลาว และพบว่า มีการผลิตไหขอบปากสองชั้นแบบนี้ในจีนด้วย

ในกลุ่มไหเคลือบสีเขียวนวล มีการตกแต่งลวดลายตรงไหล่ และ ตรงรอยต่อของไหล่กับคอไห นอกจากแถบและลายปั้นแปะเป็นเม็ดกลมเล็กๆ ที่เรามักเรียกกันว่าลายก้านขด หรือ ลายก้นหอย หรือ ลายรูปทรงเรขาคณิต

แต่ลวดลายที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวของแหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวก ที่ยังไม่เคยพบในแหล่งเตาในจังหวัดอื่นๆ คือ ลายเส้นประทับลงในกรอบคล้ายรูปอินทรธนู ที่ปั้นแปะประดับรอบไหล่ไห ซึ่งผมเห็นว่าเป็นรูปนกเค้าแมวและเรียกลายว่า “ลายน่าน”

และลวดลายที่คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใดเข้าใจได้เหมือนๆกัน เพราะเป็นสัญญลักษณ์ของธรรมชาติ เช่น น้ำ ดวงอาทิคย์ ฯลฯ

ภาพบน…จากหนังสือภาษาเดนมาร์ก ขอบคุณLADEMANN Under hovedredaktion of tidl. forstebibliotekar ved Det kgl.Bibliotek cand.mag.Torben W.Lange

ภาพบนเป็นลาย ที่ปั้นแปะประดับบนไหล่ไห ผลิตภัณฑ์ของแหล่งเตาเมืองน่าน เปรียบเทียบกับรูปนกเค้าแมวซ้ายมือ ลักษณะเด่นที่ทำให้ดูเฉพาะเจาะจงเป็นนกเค้าแมว คือ ตาโต กรงเล็บที่มี 3 เล็บ เห็นเป็น 3 จุดในลายปูนปั้น และ จงอยปาก ที่มองเห็นจากด้านข้างของภาชนะที่เน้นให้นูนสูงขึ้น อย่างชัดเจน

ภาพขวา…หม้อบ้านเชียงดูคล้ายนกอยู่เหมือนกัน แต่อาจไม่ใช่ก็ได้

ลวดลายต่างๆที่ปรากฎบนไหล่ไห ทรงสูง

ลวดลายแทนน้ำ เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ ลวดลายจากธรรมชาติที่ คนทั่วไปทั่วโลกเข้าใจได้เหมือนๆกัน

ขอขอบคุณ Thanks to Archaeology : Macdonald Educational, Visual Books.Easy Reading Edition

ตัวอักษรจีนโบราณ และวิวัฒนาการของอักษรคูนิฟอร์ม ในภาพล่าง

 

(ขอบคุณ Thanks for pics:Archaeology : Theories Methods and Practice.Thames and Hudson Ltd. Colin Renfrew. Paul Bahn. USA)

ลายบนไหจากแหล่งเตาเมืองน่าน
ขอขอบคุณ :
รศ.สุมิตร ปิติพัฒน์

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ..

นอกจากกลุ่มผลิตภัณ์เครื่องถ้วยชาม และเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว แหล่งเตาเมืองน่านยังผลิตเครื่องปั้นดินเผารูปแบบอื่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป อีกหลายอย่าง ได้แก่ พาน คนโทน้ำ น้ำต้นมีพวย ชวด ตะเกียง ตุ้มถ่วงน้ำหนัก(ถ่วงแห) สากดินเผา ตุ๊กตารูปฅน ตุ๊กตารูปสัตว์ และ เมืองน่านเคยมีชื่อในเรื่องของพระพิมพ์บ่อสวก ด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่ทำชึ้นใหม ่โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องเคลือบดินเผา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จังหวัดลำปาง (คุณไพบูลย์ ศรีสุทัศน์ : นักออกแบบ ) และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงลงลายพระนามไว้เป็นที่ระลึก พระราชทานให้ไว้เป็นสิริมงคลแก่พิพิธภัณฑ์เรือนบ้านสวกแสนชื่นไว้ใบหนึ่ง