



การศึกษาโบราณคดีช่วยให้เข้าใจเหตุปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม ประสบการณ์ความสำเร็จ ความล้มเหลว ภูมิปัญญา ความรู้ วิถีการดำรงชีวิต ในแต่ละระบบนิเวศน์วัฒนธรรม ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาในปัจจุบันและอนาคต เป็นพื้นฐานในการกำหนดแนวทางการดำเนินชีวิต
เป็นบทเรียน ให้คัดสรรเอาแบบแผนที่ดีงามไปประยุกต์ใช้ เพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้อีก และอาจสร้างความเดือดร้อน ความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อวัฒนธรรม ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมนุษย์ด้วยกันเอง ยิ่งกว่าในอดีต ด้วยอัตราเร่งของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กับความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรม จริยธรรม คุณธรรมของมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี
"....การที่มุ่งศึกษาอย่างลึกซึ้ง แต่วิชาก่อนประวัติศาสตร์นั้น เหมือนกับ การขุดหลุมลึก ยิ่งลึกมากเท่าไร ผู้ที่ลงไปอยู่ในหลุมก็จะไม่เห็นอะไรได้กว้างขวาง มองเห็นแต่ผนังหลุม ปากหลุม และก้นหลุม ควรจะขุดลึกลงไปในระยะที่พอจะเห็นสิ่งแวดล้อมที่ไกลออกไปด้วย มิฉะนั้น เมื่อฟังคนอื่นพูดเรื่องวิชาอื่นแล้วจะไม่เข้าใจ..."
ขอขอบคุณ
จาก...... หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี ๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๙


การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมทางโบราณคดี และ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ในพื้นที่ตำบลสวก และตำบลนาซาว อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ทดลองใช้แนวการจัดการและพัฒนาตามแผนงานที่เรียกว่า โบราณคดีชุมชน เน้นการมีส่วนร่วม และ การพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ในการจัดการแหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวก ที่ในอดีต เคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยชาม สมัยโบราณ อายุเก่าแก่ประมาณ ๔๐๐-๗๕๐ ปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว ๔,๐๐๐-๘,๐๐๐ ปี บนดอยภูซาง รวมทั้งทรัพยากรวัฒนธรรมอื่นๆที่ชุมชนมีในลักษณะของ " มรดกที่มีชีวิต" : Living Heritage
ผลการวิจัยพบว่าชาวบ้านและคนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ มีความตระหนักในคุณค่า ความสำคัญของทรัพยากรโบราณคดี และ ทรัพยากรวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนมากขึ้น มีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน มีความรู้และสนใจเรื่องของแหล่งโบราณคดี และ ทรัพยากรวัฒนธรรมอื่นๆมากขึ้น เกิดความภูมิใจ มั่นใจในตนเองมากขึ้น เกิดทักษะในการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรดังกล่าวเพื่อการพัฒนาชุมชน ในลักษณะที่เน้นการพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชนอื่นได้
ขอขอบคุณ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัยติดต่อกันเป็นเวลา ๕ ปี ขอขอบคุณพระสงฆ์และชาวบ้าน ในชุมชนบ้านสวกพัฒนา บ้านบ่อสวก บ้านนาซาว บ้านก้อด บ้านดอนคีรี บ้านสะไมย์ บ้านป่าคา เพื่อนนักพัฒนา ทั้งในภาครัฐและประชาชน นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ที่สมัครไปฝึกงาน และบุคคลที่อาจมิได้ระบุนามไว้ได้ครบทั้งหมดตรงนี้ ที่มีส่วนช่วยให้งานโบราณคดีชุมชนประสบผลเป็นรูปธรรม
ขอขอบคุณ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้มีอำนาจตามพ.ร.บ.โบราณสถานฯพ.ศ. ๒๕๐๔ ที่เปิดโอกาสให้ผมและชาวบ้านได้ใช้แหล่งโบราณคดีสำคัญๆอย่าง ดอยภูซาง และ แหล่งเตาเมืองน่าน บ้านบ่อสวก เป็นพื้นที่ทำวิจัยตลอดระยะเวลา ๕ ปี และผมหวังว่าผลการวิจัย จะมีส่วนช่วยให้การทำงานด้านการจัดการทรัพยากรโบราณคดีของภาครัฐและประชาชน ได้เชื่อมสัมพันธ์ และ ยังประโยชน์แก่กันได้มากยิ่งๆขึ้นไปในกาลข้างหน้า
ขอบคุณครับ
สายันต์ ไพรชาญจิตร์
โครงการโบราณคดีชุมชน